กีฬาฟุตบอล

กีฬาฟุตบอลเป็นอย่างไรนะ

 กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่ฮิตติดท็อปกันทั่วโลก และผู้คนให้ความสนใจกันอย่างมากมีการแข่งขันที่สูงและมีเงินรางวัลมากมายสำหรับทีมแชมม์ นอกจากนี้ยังเป็นอาชีพหลักได้ด้วยเพราะค่าตัวของนักเตะกีฬาฟุตบอลนั้นสูงมากพอที่จะเลี้ยงครอบครัวได้เลย สำหรับที่มฟุตบอลที่มีชื่อเสียงจะมีฐานแฟนบอลที่เยอะมากและมีสปอนเซอร์สนับสนุนทีมอีกด้วย

การเล่นนั้นไม่ได้อย่างมาก ใช้อวัยะว่ะได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย ยกเว้นช่วงไหล่ถึงมือลงมาจะอนุญาติเฉพาะตำแหน่ง ผู้รักษาประตูเท่านั้น นักเตะที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตูจะไม่สามารถใช้ส่วนตั้งแต่หัวไหล่มาถึงมือได้ เพราะผิดกติกาการเล่น การเล่นนั้นจะเป็นการเตะลูกฟุตบอลไปยิงประตูฝั่งตรงข้าม ลักษณะของลูกฟุตบอลจะเป็นลูกทรงกลมและสูบลมไว้ข้างใน การเล่นนั้นเข้าใจไม่ยาก จะแบ่งเป็น 2 ทีมืทีมล่ะ 11 คน

ใครยิงประตูฝั่งตรงข้ามได้มากกว่าเวลาจะหมดเป็นฝ่ายชนะไป

เวลาจะแบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งล่ะ 45 นาทีไม่รวมทดเวลาบาดเจ็บ การทดเวลาบาดเจ็บขึ้นอยู่กับกรรมการ พอจรณาจากการหยุดเกมส์เพราะมีสาเหตุต่างๆ เช่น มีนักกีฬาบาดเจ็บจนต้องหยุดการเล่นและรีบรักษา ตำแหน่งหลักๆที่ไม่รวมตำแหน่งยิบย่อยมีอยู่ 4 ตำแหน่ง คือ กองหน้า กองกลาง กองหลัง และผู้รักษาประตู ตำแหน่งของ กองหน้านั้น จะมีหน้าที่รออยูข้างหน้ารอรับบอลจากเพื่อนร่วมทีมและยิงประตู กองหน้าจะมีโอกาสยิงประตูได้มากกว่าทุกตำแหน่ง ตำแหน่งกองกลางนั้น

 

จะมีหน้าที่เชื่อมเกมส์ในสนามทั้งหมดรับบอลจากกองหลังและส่งให้กองหน้า เป็นตำแหน่งที่ต้องเปิดเกมส์และมีโอกาสทำประตูได้บ้าง กองหลังมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามมาทำประตูได้ และผู้รักษาประตูคือ ตำแหน่งสุดท้ายที่ต้องป้องกันการทำประตูของฝ่ายตรงข้าม ทำอย่างไงก็ได้เพื่อไม่ให้ทำประตูได้ ทุกตำแหน่งในกีฬาฟุตบอลจึงสำคัญมาก และเป็นกีฬาที่จ้องใช้ความสามัคคีสูงต้องแาศัยการฝึกซ้อมด้วยกันบ่อยๆถึงจะเล่นได้ดีและมีสิทธิชนะฝั่งตรงข้ามได้สูง

 

 

นอกจากนี้นักกีฬาเองต้องแข็งแรงอยู่เสมอเพราะต้องปะทะกันอยู่เสมอ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัตติเหตุสูงอีกด้วย ที่ฟุตบอลนั้นเป็นที่นิยมมากทั่วโลกเพราะเข้าถึงได้ง่าย เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา และเล่นได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ เป็นกีฬาที่ใช้เชื่อมความสัมพันธุ์กันอีกด้วย การดูก็สามารถหาดูได้ง่าย เพราะสื่อต่างๆ ก็สนับสนุน การดูผ่านโทรทัศน์ดาวเทียม และการดูผ่านอินเทอร์เน็ตอีกด้วย การเล่นฟุตบอลยังเป็นการออกกำลังกายอย่างนึงอีกด้วยทำให้เรามีร่างกายที่แข็งแรง

ข่าวกีฬาที่น่าติดตาม

สโมสรเชลซี Ep. 1  – ที่มาที่ไปโลโก้ทีม

 

  ใครจะทราบบ้างว่า ? สิงโตคำราม สโมสรเชลซีกว่าจะมามีโลโก้ที่สวยสดงามและลงตัวแบบทุกวันนี้ เคยถูกปรับเปลี่ยนออกแบบกันมาแล้วหลายรอบมาก วันนี้เราจึงอยากนำเสนอเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับที่มาที่ไปโลโก้สโมสรทีมเชลซีให้ได้รู้กัน

 

- ปี ค.ศ. 1905 – 1952  

       โลโก้แรกของเชลซีนั้นจะเป็นรูปผู้สูงอายุที่เป็นขุนนางในสมัยก่อนจัดตั้งวางอยู่ตรงกลางโลโก้ โดยตอนแรก ๆนั้นสัญลักษณ์โลโก้นี้จะใช้แสดงให้เห็นเฉพาะแค่บนหน้าจอทีวีหรือในสนามเท่านั้นยังไม่มีการเอามาปักบนเสื้อบอลมาก่อนอย่างใด 

 

 

- ปี ค.ศ. 1953     

      โลโก้ในยุคนี้ลักษณะจะเป็นแบบเหมือนเป็นโล่ครับ และมีตัวอักษร CFC อยู่ในโลโก้ครับ ซึ่งก็หมายถึงชื่อสโมสรนั่นเองครับ

 

- ปี ค.ศ. 1953 – 1986 

        สำหรับโลโก้ที่ 3 ของเชลซีนี้จะมีลักษณะที่ทันสมัยขึ้นและในตอนนั้นได้รับความนิยมชื่นชอบจากแฟนบอลเป็นอย่างมาก ซึ่งออกแบบโดยขุนนางผู้เป็นประธานสโมสรในเวลานั้น โดยโลโก้จะเป็นรูปสิงโตสีน้ำเงินถือไม้เท้าสีทองอันหมายความว่า ความรู้ ปัญญา และความศรัทธาที่มีต่อพระเจ้าครับ และองค์อีกอันก็เป็นวงแหวนล้อมรอบประกอบด้วยตัวอักษรคำว่า Chelsea Football Club ครับ 

 

- ปี ค.ศ. 1986 – 2005

         สำหรับโลโก้ทีมสโมสรอันที่ 4 นี้จะออกไปในแนวสไตล์โมเดิร์นเรียบง่ายครับ ต่างจากแบบเก่าอยู่พอสมควรองค์ประกอบมีไม่มากเท่าไหร่ กล่าวคือ จะเป็นรูปวงกลมพื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม มีรูปลายเส้นสิงโตอยู่ตรงกลาง ประกอบกับตัวอักษร CFC ครับ ซึ่งโลโก้สัญลักษณ์นี้ก็อยู่กับสโมสรเชลซีนานถึง 2 ทศวรรษเลยทีเดียว

 

- ปี ค.ศ. 2006 – ปัจจุบัน

          โลโก้สุดท้ายของสโมสรเชลซี  เพื่อนๆ น่าจะคุ้นชินกันเป็นอย่างดี สำหรับสัญลักษณ์นี้ออกแบบขึ้นใหม่ก็เพราะความต้องการของแฟนบอลครับ เพราะเหตุใดที่เปลี่ยนไม่มั่นใจ อาจเป็นเพราะอยากใช้รูปแบบเก่ามั้งครับ  ลักษณะรูปแบบของโลโก้นี้ก็มีต้นแบบมาจากเจ้าโลโก้ที่ 3นั่นแหล่ะครับ แต่จะเปลี่ยนสีพื้นหลังและสีไม้เท้า และสีสันจะสวยสดงดงามและมีมิติมากกว่าครับ  

 

นักฟุตบอลชื่อดังของสโมสรฟุตบอล

เพียงแค่ 3 เดือนนักฟุตบอลชื่อดังของสโมสรฟุตบอลเซี่ยงไฮ้ เอไอพีจี ก็เปิดตัวว่าคบกับหลานสาวอดีตภรรยา

               กำลังเป็นกระแสร้อนแรงเป็นอย่างมากกับข่าวที่ ฌีวานิลดู วีเยย์รา จี โซซา ออกมายอมรับผ่านทางที่ปรึกษาว่าชีวิตแต่งงานของเขากับภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานานถึง 12 ปี ปัจจุบันเขาและภรรยาได้โบกมือเลิกรากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม  และตอนนี้ตัวเขาเองก็กำลังคบหาดูใจกับหลานสาวของอดีตภรรยาที่ชื่อ คามิลลา โดยเริ่มคบกันตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา  

 

              ฌีวานิลดู วีเยย์รา จี โซซา หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ฮุลกี  เขาเป็นชาวบราซิลอายุ 33 ปี ปัจจุบันฌีวานิลดู วีเยย์รา จี โซซา  เป็นนักฟุตบอลชื่อดังซึ่งกำลังเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเซี่ยงไฮ้ เอาไอพีจี ของไชนิสซุปเปอร์ลีกของประเทศจีน โดยเข้าได้ออกมาบอกว่า เขาได้บอกครอบครัวของอดีตภรรยาเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ น้องชาย  เพราะเขาต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ เขาไม่ต้องการที่จะปกปิดเรื่องนี้กับใคร ซึ่งเมื่อข่าวนี้ได้เผยแพร่ออกมา ยังไม่มีใครไปสัมภาษณ์อดีตภรรยาของฮุลกีเลยว่ารู้สึกอย่างไร ปัจจุบันเขาและอดีตภรรยา มีลูกด้วยกัน 3 คนแล้วและที่สำคัญทั้งสามคนยังเล็กอยู่อายุเพียง 10 ขวบ และ 8 ขวบ คนสุดท้ายอายุเพียง 6 ขวบเท่านั้นเอง

 

            ข่าวนี้จะไม่เป็นที่น่าสนใจเท่าไหร่หากแฟนใหม่ของฌีวานิลดู วีเยย์รา จี โซซา จะเป็นหญิงสาวคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหลานของภรรยาเก่า และที่สำคัญช่วงเวลาที่ทั้งสองคนคบกันก็เพิ่งเลิกจากภรรยาได้ไม่ถึงเดือน ดังนั้นข่าวนี้จึงเป็นที่สนใจของผู้คนเป็นจำนวนมาก ต้องมารอดูกันว่าเมื่อเรื่องนี้เผยแพร่ออกมาแล้วประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นกองเชียร์ของ สโมสรฟุตบอลเซี่ยงไฮ้ เอาไอพีจี จะว่าอย่างไรบ้างจะยอมรับเรื่องนี้ได้มากน้อยแค่ไหน สำหรับเรื่องนี้หากเป็นสังคมของชาติตะวันตก มันไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะต้องมานั่งคิดมาก แต่หากเป็นคนในกลุ่มชาวเอเชียแล้วเรื่องนี้อาจจะมีผลกระทบต่อกองเชียร์ไม่มากก็น้อย ระดับความนิยมของฮุลกีอาจจะลดลงมาก็ได้

 

        และคงต้องรอดูกันต่อไปว่าทางสโมสรที่ ฮุลกี เตะฟุตบอลด้วยจะออกมาว่าอย่างไรบ้างเกี่ยวกับข่าวนี้ แต่อันที่จริงเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของนักเตะ ซึ่งหากไม่ส่งผลกระทบต่อสโมสรฟุตบอล ทางสโมสรอาจจะไม่ว่าอะไร แต่ในความรู้สึกส่วนตัวของเรา การที่ฮุลกีออกมายอมรับว่าคบหาดูใจกับหลานสาวของอดีตภรรยานั้นถือว่าดีเพราะเป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิง

หากครอบครัวของฝ่ายหญิงรับได้  อดีตภรรยาของเขารับได้ เราในฐานะเป็นเพียงแค่กองแชร์เวลาที่เขาเตะบอลก็ไม่ควรไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา

ข่าวโรงงานปิดกิจการไม่บอกล่วงหน้า เลิกจ้างส่งท้ายปี 997 คน

 มีรายงานข่าวเข้ามาว่ามีพนักงานบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ จำนวน 997 คนถูกเลิกจ้างงานโดยบริษัทไม่แจ้งล่วงหน้า

โดยเดินทางมาเพื่อทำงานในตอนเช้าแต่เปิดประตูรั้วเข้าบริษัทไม่ได้ มีป้ายติดประกาศไว้หน้าบริษัทแจ้งขอปิดกิจการ และจะมีการจ่ายเงินชดเชยให้ตั้งแต่วันที่  23-25 ธันวาคม พ.ศ. 2562 แต่ถ้าหากใครไม่มารับก็จะโอนเงินเข้าบัญชีให้

 

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าข่าวที่แจ้งมาเป็นความจริง

โดยบริษัทที่แจ้งปิดกิจการอีกที่คือบริษัท พงศ์พาราโคดันรับเบอร์ จำกัด ได้ประกาศปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงานจำนวน 997 คนจริงซึ่งบริษัทดังกล่าวอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาครเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความตกใจและไม่พอใจกับพนักงานเป็นอย่างมากเพราะไม่มีการบอกกล่าวกันล่วงหน้า ถือว่าเป็นข่าวร้ายก่อนสิ้นปี

เนื่องจากพนักงานไม่สามารถเข้าไปภายในโรงงานได้จึงได้ไปรวมกันที่สำนักงานสหภาพแรงงานที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับบริษัท เพื่อจะหาทางเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะพนักงานส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าสาเหตุที่บริษัทปิดกิจการเพราะบริษัทขาดทุน เพราะก็ยังเห็นมีการผลิตสินค้าส่งลูกค้าปกติและก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเห็นว่าบริษัทจะมีวี่แววว่าจะมีปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินเพราะจ่ายเงินตรงเวลาและจ่ายค่าโอทีครบทุกเดือน

 

โดยพนักงานส่วนใหญ่อยากรู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมต้องปิดกิจการที่สำคัญพนักงานทุกคนไม่ได้หางานรองรับเอาไว้มาเลิกกิจการ  ในการชุมนุมครั้งนี้ได้มีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานมาดูสถานการณ์และได้เข้าไปตรวจสอบบริษัททันที ซึ่งก็พบว่ามีการยื่นเรื่องขอปิดการถูกต้องตามกฎหมาย และยังมีการจ่ายเงินค่าชดเชยให้พนักงานซึ่งถือว่าบริษัทไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร 

 

จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่ามีบริษัทแจ้งขอปิดกิจการรวมแล้วทั้งหมด 15 บริษัทแต่ก็มีการขอเปิดบริษัทในจำนวนตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าตอนนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังมีปัญหาอยู่หรือไม่

         จากการติดตามข่าวคราวในช่วงนี้มีหลายบริษัทที่ปิดการและมีอีกหลายบริษัทที่กำลังลดจำนวนพนักงานลง เพราะที่จริงแล้วตอนนี้เศรษฐกิจกำลังแย่ เพียงแต่ว่ารัฐบาลไม่ยอมรับความจริงว่ามีการบริหารประเทศผิดพลาด ทำให้เกิดปัญหาข้าวยากหมากแพงตามมา คงต้องรอดูกันอีกสักพักจะมีอีกหลายบริษัทที่ทยอยปิดกิจการลง และเมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลออกมายอมรับว่าบริหารประเทศไม่ดีก็อาจจะสายเกินไป

 

เมื่อเราติดตามข่าวสารและทราบข่าวแบบนี้ควรมีการหาทางเตรียมการหากมีการตกงานเอาไว้ด้วย ช่วงปีใหม่ปีนี้อาจจะต้องใช้เงินอย่างประหยัดเพื่อเก็บไว้ใช้ยามที่ถูกเลิกจ้างงาน