นักเตะที่เก่งที่สุดในโปรตุเกส 

หากจะเอ่ยนามนักเตะโปรตุเกส ที่เรียกได้ว่าเป็นระดับตำนานของประเทศนั้น หากไล่เรียงมา คนแรกก็ต้องเป็น ยูเซบิโอ กองหน้าระดับตำนานของโปรตุเกส ที่สร้างชื่อกระฉ่อนไว้ในฟุตบอลโลก ต่อจากนั้น ก็คงจะเป็น หลุยส์ ฟิโก้ นักเตะจอมทัพที่ถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะที่ทรงคุณค่าคนหนึ่งของวงการฟุตบอล แต่ถ้าหากจะถามว่าใครเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของโปรตูเกสตั้งแต่มีมานั้น คำตอบตอนนี้เชื่อว่าทุกคนต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เจ้าของฉายา CR7 แน่นอน

เพราะคงจะไม่มีใครในวงการฟุตบอลในยุคนี้ที่จะทำได้เท่ากับนักเตะคนนี้อีกแล้ว ที่สามารถทำสถิติในการยิงประตูได้เยอะที่สุดในสามลีกใหญ่ในยุโรป

เพราะการที่จะทำให้สถิตินี้เกิดขึ้นได้นั้น แสดงว่านักเตะคนหนึ่งต้องย้ายไปเล่นในลีกใหญ่ถึงสามประเทศ และยิ่งไปกว่านั้นนักเตะคนนั้นต้องยิงให้ได้เยอะอีกด้วย ซึ่งการที่จะรักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นได้แล้วนั้น ยังต้องมีร่างกายที่สมบูรณ์แบบอีกด้วย เพราะอันที่จริงแล้ว โรนัลโด้ เองนั้น เริ่มต้นอาชีพค้าแข้ง กับ สปอรติ้งลิสบอน ในประเทศบ้านเกิด ก่อนที่จะมาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ ผีแดง แมนยูไนเต็ด

ที่ที่เป็นสโมสรให้เค้าได้แจ้งเกิดและฝากผลงานการถล่มประตูไว้บนเกาะอังกฤษด้วยประตูจำนวน แปดสิบสี่ประตู ก่อนที่จะสานฝันตัวเองกลายเป็นนักเตะระดับโลกกับราชันชุดขาว รีลมาดริด ด้วยผลงานการยิงที่ถล่มทลายกลายเป็นสถิติของสโมสรด้วยประตูรวม สามร้อยสิบเอ็ดประตู ก่อนที่จะย้ายมาหาความท้าทายในฟุตบอลอิตาลี กับสโมสรยักษ์ใหญ่ยูเวนตุส ซึ่งเพียงแค่ยังไม่สองฤดูกาลเต็ม พี่แกก็เล่นยิงไปแล้ว

สี่สิบเก้าประตู ซึ่งจากจำนวนรวมประตูดังกล่าวนั้น ตัวนักเตะคนนี้กลายเป็นนักเตะชาวโปรตุเกสที่ยิงสูงที่สุดในสามลีกใหญ่ไปแล้ว ซึ่งยากที่จะหานักเตะโปรตุเกสอีกสักคนมาทำลายสถิติของ โรนัลได้ และหากจะพูดถึงประตูทั้งหมดในอาชีพการค้าแข้งของเค้าซึ่งรวมในนามทีมชาติแล้วด้วยนั้น CR7 ยิงทะลุไป เจ็ดร้อยประตูแล้วด้วย

จึงไม่น่าแปลกใจว่าเค้าคือนักเตะที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติโปรตุเกส ซึ่งหากเค้ายังคงรักษามาตรฐานการเล่น และสภาพร่างกายนี้ต่อไปได้อีก ก็น่าคิดไปน้อยว่า ตัวเค้าเองอาจจะย้ายไปเล่นลีกใหญ่ที่เหลือในประเทศฝรั่งเศส หรือเยอรมันอีกสักประเทศก็เป็นได้ ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง เชื่อว่าคงจะสนุกไม่น้อยกับการไล่ล่าสถิติของนักเตะคนนี้ในอนาคต

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

นักฟุตบอลทีมชาติไทยถูกมิจฉาชีพหลอก

        ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง  ข้าวยากหมากแพง  งานหาลำบากเงินหายากเป็นยุคที่มีแก๊งมิจฉาชีพออกมาเพ่นพ่านในสังคมเยอะมากซึ่งหลายคนคงเคยได้อ่านข่าวหรือแม้แต่บางคนอาจจะประสบพบเจอด้วยตนเองเกี่ยวกับเรื่องของการหลอกให้โอนเงินช่วยเหลือการขอเปิดรับเงินบริจาคต่างๆซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือแม้แต่นักฟุตบอลทีมชาติไทยก็ยังเคยถูกแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้มาหลอกลวง อย่าง LINE ล่าสุดนักฟุตบอลทีมชาติไทย

ซึ่งเป็นกองหลังของทีมชาติอย่างนายเฉลิมพงศ์  เกิดแก้ว ก็ได้ถูก มิจฉาชีพหลอกให้ระดมทุนช่วยเหลือแล้วนำเงินไปมูลค่าความเสียหายถึง 10,000 บาทโดยเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นทางด้านนายเฉลิมพงศ์ เกิดแก้ว ได้ออกมาพูดผ่านทาง Social Media ว่าเขาได้รับการติดต่อจากแฟนคลับซึ่งเป็นแฟนนักฟุตบอลของเขาบอกเล่าถึงเรื่องราวอาการเจ็บป่วยของเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งต้องการรักษาโดยด่วนแต่ค่ารักษาพยาบาลนั้นค่อนข้างแพงและพ่อแม่ของเด็กก็ไม่มีเงินต้องการที่จะให้นักฟุตบอลช่วยเหลือด้วย

การระดมทุนหาเงินเพื่อเป็นค่ารักษาของเด็กชายคนดังกล่าวซึ่งตัวทางด้าน นายเฉลิมพงศ์  เกิดแก้วมีความไว้วางใจในตัวแฟนคลับของตนเองจึงไม่ได้มีการตรวจสอบอะไรได้นำเสื้อฟุตบอลของตนเองออกมาประมูลขายให้กับแฟนคลับคนอื่นๆร่วมทำบุญด้วยกันซึ่งแน่นอนว่าเสื้อดังกล่าวนั้นสามารถได้ค่าประมูลมามูลค่า 10,000 บาทเมื่อได้เงินมานักฟุตบอลของเราก็มีการโอนเงินให้กับแก๊งมิจฉาชีพทันทีและต่อมาจึงรู้ภายหลังว่าเงิน

ดังกล่าวนั้น  ไม่ได้ ถูกนำไปช่วยเหลือ เด็กชายที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเพราะข้อมูลที่ส่งมาขอความช่วยเหลือนั้นเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จเรื่องจากภาพเด็กชายที่ต้องการความช่วยเหลือในการป่วยเป็นโรคมะเร็งนั้นได้มีการรักษาหายเป็นที่เรียบร้อยแล้วและผู้ปกครองของเด็กก็ไม่ได้ต้องการของรับเงินบริจาคแต่อย่างใดเป็นการวิชาชีพที่ส่งรูปภาพเก่ามาหลอกลวงเพื่อขอเอาเงินบริจาคไป

ซึ่งในขณะนี้ทางด้านนักฟุตบอลของเรารับทราบปัญหาและกำลังรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเพื่อเอาผิดแกนวิชาชีพคนดังกล่าวซึ่งถือได้ว่าเป็นการหลอกลวงให้คนจำนวนมากร่วมกันทำบุญเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือเด็กทั้งทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเด็กชายคนดังกล่าวนั้นรักษาอาการเจ็บป่วยหายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

       ดังนั้นในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ไม่ว่าใครที่ขอรับบริจาคเราก็คงจะมีการตรวจสอบก่อนที่จะมีการบริจาคเงินช่วยเหลือไปเพราะท้ายที่สุดแล้วเงินที่เราบริจาคไปนั้นอาจจะไม่ได้ส่งไปถึงผู้ป่วยจริงๆแต่อาจจะถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกเอาเงินไปใช้ก็เป็นไปได้

 

 

สนับสนุนโดย  สล็อต777คาสิโนออนไลน์

ทำไมค่าตัวนักเตะญี่ปุ่นถึงถูกกว่าความเป็นจริง

ปัจจุบันตลาดนักเตะในวงการฟุตบอลนั้นมีมูลค่ามหาศาลอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลีกไหนก็แล้วแต่ถ้ามีนักเตะดังๆและเล่นเก่งๆ สโมสรใหญ่ๆ ก็พร้อมที่จะทุ่มเทและซื้อนักเตะเหล่านั้นมาก อย่างนักเตะระดับเมสซี่ ของอาร์เจนติน่า หรือโรนัลโด้ ของโปรตุเกสนั้น มีมูลค่าทางการตลาดเทียบเท่ากับเรือดำน้ำที่คนบางคนในรัฐบาลไทยกำลังจะซื้อเค้ามาชนผักตบชวาในบ้านเราเสียด้วยซ้ำ แต่แฟนบอลหลายๆคนเคยสงสัยไหมว่าแล้วทำไมมูลค่าการซื้อขายของนักเตะประเทศญี่ปุ่นนั้น

ถึงถูกเอามากๆหากเทียบกับมูลค่าทางการตลาดของนักเตะจากทวีปยุโรป เพราะนั่นคือกลยุทธ์ของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น ที่ต้องการสร้างฐานตลาดนักเตะให้นักเตะญี่ปุ่นได้กระจายออกไปเล่นทั่วยุโรปให้ได้มากที่สุดถึงแม้ว่าการซื้อขายจะมีราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงก็ตาม หากใครเป็นแฟนบอลรุ่นเก่าอาจจะเคยจำ นากาตะ สตาร์ดังของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นได้

ซึ่งในตอนนั้นเค้าถือเป็นสุดยอดนักเตะคนหนึ่งของญี่ปุ่นแต่ในช่วงตอนแรกนั้นการย้ายไปที่อิตาลีกับทีมเปรูจานั้น ถือว่าค่าตัวถูกมากหากเทียบกับความสามารถของเค้า แต่การย้ายครั้งนั้นกลับกลายเป็นว่า นากาตะ ได้ปูพรมให้กับนักเตะญี่ปุ่นรุ่นหลังเป็นอย่างมาก เพราะคนทั่วโลกได้เห็นความสามารถของนักเตะเอเชียที่ไม่ได้เป็นรองพวกยุโรปเลย

หรือแม้ล่าสุดไม่ว่าจะเป็น ฮอนดะ ก็ดี หรือจะเป็น คากาวะ ก็ดี นักเตะเหล่านี้ได้ทำตามฝันของตัวเองและยอมรับกับนโยบายการตลาดที่หากคุณต้องการจะไปโชว์ฝีเท้าในยุโรปนั้น คุณไม่จำเป็นต้องสนใจกับค่าตัวของตัวเองว่ามันจะถูกสักแค่ไหน ขอเพียงแค่ให้คุณได้มีโอกาสออกนอกประเทศก่อน หลังจากนั้นเมื่อได้รับโอกาสแล้ว

สำแดงฝีเท้าให้เต็มที่ นั่นแหละมูลค่าค่าตัวองคุณจะมาเอง ซึ่งปัจจุบันนี้นักเตะดีๆหลายคนในประเทศญี่ปุ่นที่เติบโตมาด้วยความสามารถในด้านการเตะฟุตบอล ก็มักจะทำสัญญาการอนุญาตให้ได้ไปเล่นต่างประเทศได้ทันที โดยห้ามปฏิเสธข้อเสนอ เพื่อโอกาสของตัวเองที่จะได้ก้าวข้ามไปสู่ระดับอาชีพอีกระดับ

และโดยส่วนใหญ่นั้น สโมสรของญี่ปุ่นทุกสโมสรก็จะรู้ข้อกำหนดสัญญาฉบับนี้เป็นอย่างดี แต่เพื่อให้ได้โอกาสที่จะนำนักเตะเยาวชนฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทีม มันจึงเป็นดีลที่เหมาะสมและมีความสุขทั้งตัวนักเตะเอง และสโมสร ซึ่งรวมไปถึงในระดับทีมชาติ เพราะนักเตะญี่ปุ่นได้ออกไปเล่นที่ต่างแดนมากเท่าไหร่ พวกเค้าก็จะมีประสบการณ์และนำมายกระดับทีมชาติญี่ปุ่นมากขึ้นเท่านั้น

 

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

ข่าวลือหรือเรื่องจริงว่าเมสซี่จะย้ายไปอยู่แมนซิตี้

ข่าวลือหรือเรื่องจริงว่าเมสซี่จะย้ายไปอยู่แมนซิตี้โดยได้ค่าเหนื่อย 623 ล้านปอนด์ 

            นับได้ว่ามีกระแสแรงอย่างต่อเนื่องโดยที่เดียวกับซุปเปอร์สตาร์อย่าง  ลิโอเนล  เมสซี่  นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลกซึ่งในขณะนี้เขาเป็นนักฟุตบอลที่อยู่ภายในสังกัดของทีมสโมสรบาร์เซโลน่าซึ่งเป็นสโมสรชื่อดังที่อยู่ในลีกของลาลีกา  อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้มีการประกาศออกมาว่าทางด้าน ลิโอเนล  เมสซี่  จะมีการย้ายทีมโดยย้ายจากบาร์เซโลน่าไปอยู่ทีมอื่นซึ่งหลายคนต่างก็คาดเดากันไปต่างๆนานาว่าท้ายที่สุดแล้วสโมสรไหนที่จะเป็นผู้โชคดีได้ตัวนักเตะซุปเปอร์สตาร์คนนี้ไปครอบครองอย่างไรก็ตาม

มีรายงานข่าวเข้ามาจากทางสื่อฟุตบอลของต่างประเทศระบุว่าในตอนนี้ทางด้าน  ลิโอเนล  เมสซี่   ได้ทำการ ตัดสินใจเป็นที่แน่นอนแล้วว่าเขาจะเดินทางย้ายไปอยู่กับทีม ยักษ์ใหญ่อย่างทีมสโมสร Manchester City ซึ่งนับได้ว่าเป็นการย้ายลีกจากลาลีกาลีกมาเป็นพรีเมียร์ลีกอังกฤษและมีข่าวลือออกมาแบบหนาหูอย่างมากกว่าไม่เพียงแค่ ลิโอเนล  เมสซี่  ตัดสินใจที่จะย้ายมาอยู่ Manchester City  เท่านั้

แต่เขาได้ทำการตกลงเซ็นสัญญากับทาง Manchester United เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยมีการทำสัญญากันไว้หลังยาวนานถึง 5 ปีเลยทีเดียวและแน่นอนว่าด้วยความเป็นซุปเปอร์สตาร์ของเขานั้นทำให้ลิโอเนล  เมสซี่ สามารถเรียกค่าเหนื่อยกับทางสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้อย่างคุ้มค่ามากเลยทีเดียวเพราะมีข่าวลือออกมาอีกเช่นเดียวกันว่าผลตอบแทนที่เขาจะได้รับจากการที่เขาย้ายมาอยู่ Manchester City นั้นสูงถึง 623 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าจากการรายงานข่าวออกมาจะมีการระบุว่าทางร้านสโมสรบาร์เซโลน่าเองได้มีการกำหนดข้อตกลงเอาไว้อยู่แล้วว่าถ้าหากต้องการที่จะได้ตัวของลิโอเนลเมสซี่ไปอยู่ในทีมของตนเองนั้นทีมที่ได้ตัวไปจะต้องมีการจ่ายค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านยูโร แต่อย่างไรก็ตามทางด้านตัวแทนของทีมสโมสรได้มีการตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยและเหมือนว่าค่าค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโรนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายอีกต่อไป

เพราะมีแนวโน้มว่าลีโอเนลเมสซี่จะสามารถย้ายทีมได้โดยที่เขาไม่ต้องมีการเสียค่าฉีกสัญญาแต่อย่างใดซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากเขาได้ย้ายมาอยู่ที่ Manchester City จริงอย่างที่มีข่าวลือออกมากันในขนาดนี้แล้วก็นับได้ว่าเขาเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยมีมาในวงการฟุตบอลเลยก็ว่าได้ คงต้องรอดูกันอีกทีว่าจะเป็นเพียงแค่ข่าวลือ หรือเรื่องจริงกันแน่

 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ทดลองเล่นสล็อต gclub